สำนักงานสาธารณสุขอำเภอท่าหลวง

หน้าหลัก        ข่าวสาร       กระดานข่าว      ดาวน์โหลด          ติดต่อเรา

 

 

:: สำนักงานสาธารณสุขอำเภอท่าหลวงยินดี ต้อนรับ ::
 
ระบบงาน

  ประวัติอำเภอท่าหลวง

                เมื่อประมาณหลายสิบปีก่อนนั้น บริเวณฝั่งระวันออกของแม่น้ำป่าสักยังเป็นป่าสวงนแห่งชาติ ซี่งมีป่าไม้ขี้นอยู่หนาทึบ มีสัตรว์ป่าหลายชนิดอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ผู้คนจากฝั่งตะวันตกของแม่น้ำป่าสักซี่งปลูกบ้านเรียงกันอย่างมั่งคง มักจะข้ามแม่น้ำเข้าป่าล่าสัตว์และัตัดไม้ตัดฟืนกันอยู่เป็นประจำ และโดยที่บริเวณป่าทึบเป็นเขตป่าสงวน ชาวบ้านมักนิยมเรียกกันโดยทั่วไปว่าป่าสงวน หมายถึงเป็นป่าของหลวงที่สงวนไว้ ประกอบกับการข้ามมาจากฝั่งตะวันตกต้องอาศัยเรือแพข้ามมาพักผ่อนหลับนอนก่อนจะเข้าป่าตรงบริเวณแม่น้าป่าสัก บริเวณที่เป็นหมู่บ้านอยู่ในขณะนี้เป็นประจำ จนกลายเป็นท่าเรีอแพของชาวบ้านไปในที่สุด จึงเรียกสถานที่ตรงนั้นว่า "ท่าหลวง" มาจนปัจจุบัน

                ต่อมาเมื่อเดือนเมษายน 2520 นายสุเทพ ธารีสาร นายอำเภอชัยบาดาล(ในสมัยนั้น) ได้ปรึกษาหารือกับคณะกรรมการสภาตำบลและคณะกรรมการหมู่บ้านถึงปัญหาความยากลำลากในการติดต่อราชการ ด้วยเหตุที่อำเภอชัยบาดาลมีพื้นที่กว้างถึง 2,200 ตารางกิโลเมตร ใหญกว่ากรุงเทพมหานคร หรือขนาดเท่ากับจังหวัดพระนครศรีอยุทธยาทั้งจังหวัด ท้องที่บางแห่งทุรกันดาร เจ้าหน้าที่ของรัฐปกครองดูแลไม่ทั่วถึง ทำให้้เกิดปัญหาโจรผู้ร้าย โดยเฉพาะโจรจับคนเรียกค่าไถ่ ปฏิบัติการคุกคามต่อสวัสดิภาพของประชาชนโดยทั่วไป จึงได้มีการประชุมราษฎรตำบลท่าหลวง ตำบลหนองผักแว่น ตำบลซับจำปา และตำบลแก่งผักกูด เพื่อพิจารณาจัดตั้งเป็นกิ่งอำเภอในเวลาต่อมา โดยกำหนดเอาแนวแม่น้ำป่าสักเป็นแนวแบ่งเขตอำเภอชัยบาดาลกับกิ่งอำเภอที่ตั้งขึ้นใหม่ และเนื่องจากบ้านท่าหลวงมีชุมชนอยู่หนาแน่น มีตลาดร้านค้าพอสมควร และเป็นจุดรวมผลผลิตทางเกษตรกรรมของชาวบ้านบริเวณฝั่งนี้ก่อนที่จะส่งข้ามไปฝั่งตะวันตก จึงได้พร้อมใจกันขอให้ทางราชการตั้งกิ่งอำเภอขึ้นที่บ้านท่าหลวง หมู่ที่ 4 ตำบลท่าหลวง แต่เนื่องจากบริเวณตลาดท่าหลวงเป็นที่ต่ำอยู่ริมแม่น้ำป่าสัก เมื่อถึงฤดูฝนจะถูกน้ำท่วมเป็นประจำโดยเฉพาะในปี พ.ศ. 2521 ระดับน้ำท่วมสูงถึงเพดานร้านค้า ทำความเสียหายให้แก่ประชาชนมิใช่น้อยและบริเวณใกล้เคียงนั้นมีเนิน "จันทร์อินทร์" ซึ่งแต่เดิมต้นจันทร์ขึ้นเต็มไปหมด ภายใด้ผิวดินประมาณสัก 1 เมตร มีซากศพฝังอยู่ทั่วไป เป็นลักษณะศพมนุษย์โบราณ สันนิษฐานว่าเป็นสมัยศรีวิชัย ทุกศพจะหันหัวไปทางทิศตระวันออกและมีหม้อดิน กระถางดินเผารองรับอยู่ข้างล่างตลอดตัวศพ บางศพจะมีอาวุธลักษณะคล้ายเสียมทำด้วยสำริดวางอยู่ข้างๆ บางศพมีลูกปัดอยู่ตามร่องคอ ทำด้วยหินสีต่างๆที่แขนของบางศพมีกำไลสำริดสวมจากข้อศอกยันข้อมือทั้งสองข้าง

               จากซากศพที่พบดังกล่าวข้างต้น จึงพอเชื่อได้ว่าบริเวณที่ตั้งกิ่งอำเภอท่าหลวงนี้เป็นที่อยู่ของศพโบราณ หรือคนป่าสมัยหลายร้อยปีมาแล้วเป็นแน่

                ดังนั้น ทางราชการจึงได้กำหนดสถานที่ตั้งอาคารที่ว่าการกิ่งอำเภอท่าหลวงบนเนินแห่งนี้ ให้เป็นศูนย์กลางในทางการปกครอง การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมตลอดจนอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ แก่ประชาชนตลอดไป

                ต่อมา เนื่องจากกิ่งอำเภอท่าหลวงมีท้องที่กว้างขวาง มีชุมชนการค้าหนาแน่นมีสภาพเจริญขึ้นกว่าเดิมมาก สมควรยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอ เพื่อประโยชน์แก่การปกครอง การให้บริการของรัฐและความสะดวกของประชาชน และเป็นการส่งเสริมท้องที่ให้เจริญยิ่งขึ้น จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาตั้งอำเภอท่าหลวงขึ้น ณ วันที่ 25 พฤษภาคม 2532 (เปิดทางการวันที่ 27 พฤษภาคม 2532)

โดย ทินกร ใจเย็น นวก.สธ.ชนก

 

ข้อมูลทั่วไป

  -ข้อมูล/แผนงา   -แผนที่
  -บริหาร   -ประวัติ
 

-CD      -SRRT

  -องค์กร
  -NCD   -สถานที่ท่องเทียว
  -ส่งเสริม   -ปฏิทินงาน
  -คบ./เภสัช/แผนไทย   -แบบ/ฟอร์ม
  -Envi   -
  -ภาคประชาชน   -
  -ภ    
-แผนงาน  
-ผลการดำเนินงาน  
-คู่มือ/แนวทาง